calendar_month 12 มิ.ย. 2013 / stylus Admin Chillpainai / visibility 27,460 / รีวิวที่เที่ยว
1
ขณะที่ผมแพ็คกระเป๋าเพื่อเตรียมเดินทาง เสียง ringtone ของโทรศัพท์ยี่ห้อซัมซุงที่เพื่อนๆในกลุ่มบอกว่าห่วยสิ้นดีแต่ผมกลับชอบเพราะน้องแพนเค้กเค้าใช้เสียงนี้ (อุอุ) ปลายทางเป็นผู้หญิงคนนึงพูดผ่านมาว่า "ชั้นจะไปรับแกณบัดนาวแล้วนะ" เอาละซิ list ทั้งหลายที่เขียนมาไม่ต้องดูมันแล้วนึกไรได้จับยัดไปเลยที่แน่ๆต้องไม่ลืมเสื้อกันฝนเพราะเพื่อนที่ไปมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้วบอกว่า "กรูไปยืนตากฝนตั้งนานไม่นึกว่ามันจะตกหนักขนาดนี้กล้องกรู...." แล้วเสียงเจ้าอ๊อดก็ดังขึ้นเป็นสัญญาณบอกว่าออกมาได้แล้วโว้ย
อ่อเจ้าอ๊อดที่ว่าก็คือพาหนะที่จะนำเราไปจุดหมายนั่นเอง
ชักช้าอยู่ใยรีบไปกันเลย
"ไมโครเลยน้อง" เด็กปั้มรวมทั้งเพื่อนร่วมทริปมองกันเป็นไก่ตาแตกกว่าจะเก็ตมุขผมหรือเป็นเพราะการออกเดินทางของเรามันดึกเกินไปทำให้สมองคิดไรช้าเหมือนขาดอากาศแล้วเสียงยียวนปนเหน็บแนมก็หลุดมา "มุขมรึงนี่โคตรแก่เลยหว่ะ" แอนหรือที่เพื่อนๆเรียกกันว่าฮิปเป็นคนแรกที่เข้าใจมุขซึ่งแน่นอนเราอยู่ยุคเดียวกัน 555 แต่เพื่อนแนนเจ้าของไอ้อ๊อดยังมึนอยู่
เอาล่ะเริ่มต้นเดินทางกันซะทีอย่างงให้มากไปๆ
ฉับ!!! ถึงชัยภูมิแล้วซึ่งก็คือเป้าหมายของทริปนี้แต่แหมช่างรวดเร็วจริงๆในการบรรเลงตัวอักษรเนี่ยซึ่งเราใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงกว่าๆ
โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 2 มุ่งหน้าไปยังโคราชแล้วตัดเข้าเส้น 201 ไปสีคิ้วผ่านอ.ด่านขุนทดซึ่งตรงเข้าตัวเมืองชัยภูมิ
แต่จุดหมายแรกที่พวกเราตกลงกันว่าจะไปเก็บแสงแรกก็คือมอหินขาวนั่นเอง
มอหินขาวหรือ สโตนเฮนจ์เมืองไทยอยู่ในอุทยานแห่งชาติภูแลนคาเส้นทางที่ไปนั้นสบายๆครับเจ้าอ๊อดวิ่งปร๋อแต่ถ้าฝนตกละก็ไม่อยากจะคิดเพราะเป็นทางลูกรังที่ชาวบ้านแถวนั้นช่วยกันทำเพื่อเก็บผลผลิตที่ปลูกไว้ซึ่งแน่นอนว่าวันนั้นฝนไม่ตกแต่บรรยากาศรอบๆตอนตี 4 กว่าๆนี่ขอบอกว่าน่ากลัวมากกกไม่ว่าจะกับสิ่งมีชีวิตหรือส่ิงเหนือธรรมชาติเหอเหอแต่เราก็ยังมุ่งมั่นที่จะไปถึงให้ได้
และแล้วเราก็เห็นเงาตะคุ่มตะคุ่มสูงโด่งและขนาดใหญ่อยู่ตรงหน้าผมมองไปรอบๆบรรยากาศมันช่างดีและเสียวหลังวาบวาบเนื่องเพราะตอนนี้เป็นเวลาตี 5 ไม่มีใครอยู่บริเวณนั้นเลยมีแต่ความมืดลมและเสาหินสูงๆที่ดูแล้วน่ากลัวชะมัดจนกระทั่งจนกระทั่งแสงแรกของวันเริ่มสาดส่อง


โอ้วววววว....เกินคำบรรยายเลยครับสำหรับสิ่งที่ผมเห็นเต็มสองตา
เราทั้ง 3 คนใช้เวลาอยู่ที่นี่กัน 2 ชั่วโมงนิดๆในการเก็บเกี่ยวความงามผ่านกล้องของแต่ละคน
ยลโฉมมอหินขาวให้จุใจครับเพราะตอนต่อไปเราจะขับรถมุ่งไปหาดอกกระเจียวกัน

2
เอาล่ะหลังจากดื่มด่ำความงามมาพอสมควรก็ถึงเวลาที่จะอำลามอหินขาวกัน
แต่ก็ไม่วายที่สมาชิคร่วมทริปซึ่งทั้งน่ารักมีมารยาทพูดจาไพเราะ (ผมโดนบังคับให้เขียน T_T )พูดกันเป็นเสียงเดียวกันว่า "เดี๋ยวหนูจะมาใหม่อีกรอบนะคะ love u ค่ะจูบุจูบุ" พร้อมทำหน้าตายั่วยวนชวนฝันถึง
ขาลงนี่ต่างจากขาขึ้นมากมายครับไม่น่ากลัวบวกกับวิวสองข้างทางทำให้อยากจอดแล้วนั่งชมต่ออีกซักนิดพูดได้เลยครับว่า "โดนอย่างแรง"
Let's Go
หลังจากผ่านทางลูกรังมาได้เจ้าอ๊อดของเราก็ได้โชว์ศักยภาพความเป็นจ้าวถนนพูดได้เลยครับว่าเร็วและแรงแซงมอร์ไซค์ทุกคัน 555 เผลอแป๊บเดียวเราก็เกือบจะถึงทางแยกที่จะออกจากอุทยาน
ด้วยสายตาที่ไวดุจเหยี่ยวถึงแม้จะไม่เเท่ากับยามเมื่ออยู่ในกรุงฯเพราะเหยื่อมันเยอะเจงๆแต่ก็ไวพอที่จะเห็นป่้ายบอกทางว่า "น้ำตกตาดโตนไปทางนี้นะจ๊ะ"
เหมือนมีวิญญาณอาฆาตแบบจูออนมากระซิบที่ข้างหู "ไปน้ำตกกันเหอะเมิง" ผมหักเลี้ยวเจ้าอ๊อดพร้อมดึงเบรคมือและเหยียบคันเร่งโอ้วววว....โม้เกินป่ะหุหุ
จ่ายค่าเข้าอุทยาน 3 คนพร้อมรถอีก 1 คันทั้งหมดก็ 190 บาท
แล้วเราก็ได้ชื่นชมน้ำตกตาดโตนที่ได้ชื่อว่าติด top 5 ของประเทศไทยรวมทั้งยังได้อาบน้ำเป็นของแถม

น้ำตกตาดโตน

ห้องน้ำสะอาดมั่กๆ
ทำไมต้องหำหด?
บอกลาน้ำตกตาดโตนมาได้ประมาณชั่วโมงกว่าก็มาถึงทางเข้าอุทยานแห่งชาติไทรทองซึ่งเป็นเป้าหมายของทริปซะที
"แต่ช้าก่อนซาร่าเจ้าหน้าที่บอกว่าเจ้าอ๊อดเนี่ยคงไปไม่ได้อ๊าาาต้องจ้างรถขึ้นไปเท่านั้นอ๊าาา" ทำเสียงเลียนแบบนักแสดงที่ชอบขายของตอนดึกๆ
"พระเจ้าจริงเหรอจอร์ชชชเราจะต้องทิ้งรถคันงามไว้ที่นี่งั้นหรือโอ๊ววว" แนนเจ้าของไอ้อ๊อดเล่นมั่ง
เพี้ยะ...คือกริยาที่เกิดจากการกระทำของฮิปซึ่งแน่นอนกรรมที่ว่าไม่ใช่ใครผมเอง
"อย่ามาตลกไปติดต่อเจ้าหน้าที่ซะไป๊" ไมมันไม่โดนฟะ
550 บาทคือราคาเหมารถทั้งไปและกลับขอบอกว่าถ้าไปกันเยอะๆเนี่ยคุ้มครับย้ายข้าวของจากน้องอ๊อดขึ้นกระบะเรียบร้อยทั้ง 3 คนรวมผมด้วยก็จับจองที่นั่งด้านหลังเพื่อเก็บภาพกันนั่งไปได้ซักพักก็เข้าใจว่าทำไมน้องอ๊อดถึงขึ้นไปไม่ได้
"โอ๊ววว..ซาร่าเราต้องข้ามทางน้ำตกเหรอนี่" แล้วบรรยากาศมาคุก็ตามมาหลอกหลอนผมอีก
"โอ๊ววว..ซาร่าจอร์ชไปก่อนนะ" แน่นอนประสบการณ์ทำให้คนเราเติบโตขึ้น 555

นั่งไปได้ซักพักก็ถึงจุดกางเต้นท์ถามคุณลุงที่มาส่งว่าไม่มีใครเลยเหรอคำตอบที่ได้
"เค้าลงกันหมดแล้วเมื่อเช้า" นึกขึ้นได้วันนี้วันอาทิตย์นี่หว่าเอ่ออออ...ก็ดีสงบดี
หลังจากกางเต้นท์เก็บของเรียบร้อยเราก็ตกลงกันว่าไปเดินสำรวจใกล้กันก่อนดีกว่าและก็เก็บแสงตอนเย็นกันหลังจากนั้นก็เข้านอนเก็บแรงไว้เดินต่อรุ่งขึ้นเพราะเราจะไปดูดอกกระเจียวที่ทุ่ง 1 ซึ่งเจ้าหน้าที่บอกว่าใช้เวลาเดินไปกลับก็ร่วม 2 ชั่วโมง !!
เดินตามเส้นทางมาไม่นานเราก็จะจุดชมวิวที่ผมแอบอมยิ้มเล็กๆเข้าใจคิดชื่อเนอะ
ผาหำหดชื่อนี้ชวนให้คิดต่อเสียจริงเชียวว่าถ้าใครไม่มีจะเสียวมั้ยเอ่ยหุหุ

ผาหำหด

วิวจากผาหำหด
3
เจอจนได้ดอกกระเจียว
ตืดตืดตืดตืด ... เสียงปลุกที่ตั้งไว้ของไอ้เครื่องอเนกประสงค์นามว่า itouch ดังขึ้นแน่นอนว่าอาการงัวเงียไม่อยากจะตื่นให้หลุดออกจากภวังค์ความฝันเล้ยยยเพราะน้องแพนเค้กกะลังนวดจับเส้นให้อยู่หุหุอยากจะนอนให้จับเส้นไปเรื่อยๆ
แต่ด้วยจิตสำนึกดีสังคมดีไอ้กระผมก็เลยลุกขึ้นนั่งแล้วก็ตะโกนลั่นเต้นท์
"ตื่นได้แล้วโว้ยยยยย" เพราะกลัวเพื่อนร่วมทริปจะได้เปรียบ 555
แล้วก็ต้องรีบออกมาจากเต้นท์โดยด่วนเหตุผลง่ายๆครับกลัวโดนตื้บแล้วภาพแรกที่เห็นบรรยากาศข้างนอกก็ต้องทำให้ผมเสี่ยงตายที่จะเข้าไปในเต้นท์เพื่อไปหยิบกล้องออกมาเก็บภาพที่อยู่ตรงหน้า
ทั้งๆที่เวลาบนเข็มนาฬิกาข้อมือผมบอกว่าตั้ง 6 โมงเช้าเน้นนะครับ 6 โมงเช้าซึ่งเป็นเวลาที่ตื่นสายที่สุดในการเที่ยวทุกครั้ง

ลานกางเต้นท์
หลังจากตื่นกันหมดทุกคนเราก็ไม่รีรอที่จะมุ่งหน้าไปยลโฉมท้องทุ่งดอกกระเจียวกันพร้อมทั้งอาวุธคู่กายของแต่ละคนซึ่งวันนี้เราจะลุยกันไปถึงทุ่ง 1 ที่ว่ากันว่าสวยที่สุดแล้วครับ

ระหว่างทางก็พอจะมีอุปสรรค์กันบ้างตามสภาพของป่าช่วงหน้าฝนไม่ว่าจะเป็นทางที่ลื๊นนลื่นและก็สัตว์มีพิษบางชนิดเช่นพวกงูตะขาบใครจะไปก็ระวังกันหน่อยนะครับเพราะผมเจอจริงๆเสียดายที่บอกให้มันหยุดแล้วมันไม่ยอมหยุดไม่มีวิญญาณนายแบบนางแบบกันเล้ยยย
และแล้วเราก็เห็นป้ายบอกว่าถึงแล้วทุ่งกระเจียว 2
โอ้วววว...ผมหันไปหาเพื่อนร่วมทริปอีกทีเพื่อจะทำหน้าที่เป็นเพื่อนที่ดีบอกว่าถึงแล้วเฟ้ย
และแล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกินขึ้นหายครับทั้ง 2 คนที่เดินตามผมมาไม่อยู่ซะแล้วทีนี้ละทำงัยดีคนเดียวกรูก็กลัวนะเฟ้ยเดี๋ยวใครมาฉุดทำมิดีมิร้ายทำงัยล่ะหมอกก็ลงจัดมองเห็นก็แต่ใกล้ๆสัตว์แถวนี้ก็น่ากลัวเสียวโว้ยยยยย
"เฮ้ยย..ยื่นไมตรงนั้นฟะไม่ถ่ายรูปเหรอ" 1 ใน 2 สาวที่น่ารักมีมารยาทพูดจาไพเราะตะโกนถามอยู่กลางทุ่งแหม..อ้ายพวกนี้ไปกันเร็วเหมือนจูออนจริงๆ
แชะๆๆๆๆๆ

ดอกกระเจียวทุ่ง 2

ถ้าใครไม่รู้นี่ดอกกระเจียวคือดอกเล็กๆสีม่วงๆนั่นแหละครับ
เก็บภาพกันได้นิดหน่อยก็เดินไปทุ่ง 1 กันต่อครับกลัวหมอกหมดเพราะนี่ก็ประมาณเกือบ 8 โมงเข้าไปและเดี๋ยวจะพลาดโอกาสซะหมด
และแล้วก็มาถึงจนได้ครับบอกได้คำเดียวว่าสวยสมชื่อที่ล่ำลือกันไม่อยากจะคิดว่าปลายเดือนนี้น่าจะเป็นช่วงที่ดอกกระเจียวบานเต็มทุ่งแล้วจะเป็นยังไงใครมีโอกาสก็ไปกันนะครับรับประกันว่าสวยจริงครับถ้าไม่สวยก็.........กลับมาเที่ยวห้างเหอะครับ 5555


หมอกที่เริ่มจางลงจางลงเป็นสัญญาณบอกให้เรากลับขึ้นไปเก็บข้าวของเตรียมตัวมุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯกันแล้ว
แต่เดี๋ยวก่อนครับที่อช.ไทรทองยังมีน้ำตกให้เราไปเล่นกันได้ด้วยนะครับซึ่งเราสามารถขับรถไปได้ครับอยู่ใกล้ๆกับที่ทำการนั่นแหละนอกจากน้ำตกแล้วยังมีต้นไม้อายุกว่า 1000 ปีให้ได้ชมความอลังการงานสร้างของธรรมชาติชื่อต้นกระบากครับซึ่งน่าจะเหลืออยู่ต้นเดียวแล้วครับ เพราะที่นี่เคยเป็นที่สัมปทานมาก่อนเหลือรอดมาให้ได้ชื่นชมก็ดีแล้วครับลากันเลยครับทริปนี้
โชคดีมีชัยสำหรับผู้ที่ติดตามอ่านกันนะครับทริปหน้าเจอกันใหม่สวัสดีครับ

ต้นกระบาก
เรื่องโดย : onaree
รีวิวที่เที่ยว | 01 ก.ค. 2026 | 703 อ่าน
สถานที่ยอดนิยมรีวิวที่เที่ยวที่เที่ยว | 03 มิ.ย. 2026 | 1,055 อ่าน
รีวิวที่เที่ยว | 20 มี.ค. 2026 | 7,082 อ่าน
รีวิวที่เที่ยว | 02 มี.ค. 2026 | 3,438 อ่าน
รีวิวที่เที่ยว | 06 ก.พ. 2026 | 4,660 อ่าน
รีวิวที่เที่ยว | 06 ก.พ. 2026 | 3,867 อ่าน
รีวิวที่เที่ยว | 22 ม.ค. 2026 | 2,161 อ่าน