bar_chart
0
favorite
0
shopping_cart
0
ยังไม่มีสินค้าในตะกร้า.

ทริปอ่างขาง 2 วัน 1 คืน ขึ้นดอยชมสวนดอกไม้ ทักทายสายหมอกยามเช้า สัมผัสวิถีชีวิตชาวเขาที่หมู่บ้านนอแล

calendar_month 18 ส.ค. 2015 / stylus Admin Chillpainai / visibility 129,556 / ทริปตัวอย่าง





 Story & Photo : แก๊งค์ลูกแมว

ใครที่มีโอกาสได้แวะไปเที่ยวที่จังหวัดเชียงใหม่ แล้วกำลังมองหาที่เที่ยวนอกตัวเมืองชนิดที่ว่ามีทั้งสวนดอกไม้ รีสอร์ทบ้านพัก การชมหมอกยามเช้า และสัมผัสกับวิถีชีวิตชาวบ้านในคราวเดียวกัน ต้องไม่พลาดทริปตัวอย่างนี้เลยจ้า....



 

 
      สำหรับทริปนี้ เราขอตั้งต้นเริ่มออกเดินทางกันจากตัวเมืองเชียงใหม่ในเวลาเที่ยงกว่าๆเปิดเพลงขับรถกินลมชมวิวมาเรื่อยแบบไม่รีบเท่าไหร่ ในที่สุดเราก็มาถึงที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขางในเวลาบ่ายแก่ๆจนเกือบเย็น การเดินทางมาที่นี่ส่วนเราใช้ถนนหมายเลข 107 และ 1249 ถ้านับจากตัวเมืองเชียงใหม่คิดเป็นระยะทาง 160 กิโลเมตร หรือใช้เวลาเดินทางทั้งสิ้น 3 ชั่วโมงโดยประมาณจ้า 
 




       สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ตั้งอยู่ในพื้นที่โครงการหลวง เขตอ.ฝาง จ.เชียงใหม่ โดยเป็นสถานีแห่งแรกของมูลนิธิโครงการหลวง จัดตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในพัฒนาการปลูกพืชเมืองหนาวทดแทนการปลูกฝิ่น และการทำไร่เลื่อนลอยสำหรับชาวเขาเผ่าต่างๆ ไม่ใช่อุทยานแห่งชาติเหมือนที่หลายคนชอบเข้าใจแต่อย่างใด พูดง่ายๆเลยก็คือ ที่นี่เป็นสถานีวิจัยพันธุ์ไม้ใหม่ อาทิ พืชผักผลไม้เมืองหนาว ตลอดจนบรรดาพันธุ์ไม้ต่างๆ นั่นเอง





 
       สถานที่ยอดนิยมถ้าได้มาสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมได้ตลอดปี คือ โรงเรือนดอกไม้ ที่มีดอกเวอร์บีน่าดอกไม้สีม่วงชนิดเดียวกับที่ม่อนแจ่มเบ่งบาน และสวนใหม่ชื่อน่ารักกุ๊กกิ๊กอย่างสวน i love you รอต้อนรับเราอยู่ ส่วนพวกเราที่มาเอาซะเย็นแบบนี้เลยขอแค่เดินชมสวน ถ่ายรูปกับดอกไม้ไปเรื่อยๆแทนดีกว่า 

ข้อควรปฏิบัติ :

- ห้ามเข้าพื้นที่วิจัยก่อนได้รับอนุญาต
- ห้ามนำผลผลิตและพันธุ์ไม้ทุกชนิดออกจากแปลง สวน และโรงเรือนโดยเด็ดขาด
- ห้ามนำสัตว์เลี้ยงที่ไม่มีเจ้าของดูแลเข้าไปในแปลง สวน และโรงเรือน
- ห้ามกางเต็นท์ในพื้นที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขางโดยเด็ดขาด
- ห้ามจุดพลุหรือปะทัด ที่มีเสียงดังคล้ายระเบิดหรือเสียงปืน และปล่อยโคมลอยภายในสถานีฯอ่างขางโดยเด็ดขาด
- กรุณาทิ้งขยะในจุดที่จัดให้เท่านั้น
 

 
 

 
       หลังจากใช้เวลาเดินดูดอกไม้ ถ่ายรูปจนเย็นมากแล้ว แถมยังมีฟ้าครึ้มๆที่ส่งเสียงขู่มาแต่ไกลว่าฝนใกล้จะตกไม่ตกแหล่ ดูไปแล้วสภาพอากาศช่างไม่เป็นใจซะเลย เราเลยตัดสินใจเปลี่ยนแผนด้วยการขับรถมายังอ่างขาง เนเจอร์ รีอสร์ท ที่พักของเราในคืนนี้ ซึ่งอยู่ในบริเวณพื้นที่ของสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เพื่อจะได้นำกระเป๋าเข้าไปเก็บยังห้องพักและเตรียมท้องไว้รอทานอาหารเย็นแทน

       และคงต้องบอกว่าเป็นโชคดีของพวกเรามากๆ ที่อย่างน้อยฝนก็หยุดตกไปแล้วตอนที่เรามาถึงที่พักพอดี เลยทำให้เราได้เห็นบรรยากาศสวยงาม ดูคล้ายกับหมอกปกคลุมไปทั่วขุนเขาเบื้องหน้า สมกับคำที่ว่า "ฟ้าหลังฝน ย่อมงดงามเสมอ" จริงๆ

 
       ส่วนนี่คือหน้าตาห้องพักของเราในคืนนี้จ้า เพราะอากาศที่เย็นสบายตลอดปี รีสอร์ทแห่งนี้เลยมีแค่พัดลมเพดานแทนเครื่องปรับอากาศ ส่วนในช่วงที่อากาศเย็นจัดหรือกระทั่งหนาวมากๆ เตียงของที่นี่เขาก็มีระบบเตียงอุ่นไว้บริการ คืนนี้เราอาบน้ำเรียบร้อย นอนดูทีวีอีกนิดหน่อย ก็เตรียมตัวเข้านอน เพื่อที่จะได้มีแรงตื่นแต่เช้าไปดูหมอกและหมู่บ้านชาวเขาในวันต่อไปได้อย่างเต็มที่
 

เกร็ดน่ารู้ :

1. ในบริเวณพื้นที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขางมีที่พักไว้คอยให้บริการแก่นักท่องเที่ยว โดยจะเปิดให้จองทุกวันที่ 1 พ.ค.
หมายเลขโทรศัพท์สำรองที่พัก สถานีฯอ่างขาง 053-450107-9 ต่อ 113 / 114 ***จองโดยการโทรเท่านั้น รายละเอียดที่พักเพิ่มเติม www.angkhangstation.com
2. ลานกางเต็นท์สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ทางสถานีฯได้จัดจุดสำหรับกางเต็นท์ไว้บริการนักท่องเที่ยว ภายนอกสถานีฯ ซึ่งสามารถรองรับผู้ที่จะมากางเต็นท์ ประมาณ 203 คน ค่าเช่าพื้นที่กางเต็นท์ อัตราคนละ 20 บาท/คน/คืน ไม่รวมค่าเช่าเต็นท์ ***ลานกางเต็นท์ของสถานีฯอ่างขาง ไม่รับจองล่วงหน้า
3. ที่พักของสถานีฯอ่างขางอนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงมาได้ แต่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด
4. จองที่พัก ฟรีค่าเข้าชม
สถานีฯอ่างขาง




 
       ไม่มีครั้งไหนที่มาเที่ยวแล้วจะไม่ตื่นเช้า วันนี้ก็เช่นกัน เราตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวแต่เช้าอย่างกระตือรือร้น เพื่อเตรียมตัวไปสัมผัสกับสายหมอกและอากาศเย็นๆบนยอดดอย ดูไม่น่าเชื่อเลยว่า ในขณะที่กรุงเทพฯอากาศร้อนมาก แต่ที่นี่กลับเย็นสบาย และยังมีหมอกลงจัดในตอนเช้าได้ เราจอดรถไว้ตรงที่จอดริมทาง ก่อนจะลงมายืดเส้นยืดสายส่งเสียงทักทายเด็กชาวเขาตัวน้อยที่กำลังเดินทางมุ่งหน้าไปโรงเรียน โดยมีเด็กหลายคนที่เดินผ่านหน้าไปพร้อมกับการยกมือไหว้สวัสดีด้วยรอยยิ้มสดใส








 
      แม้ว่าทะเลหมอกของที่นี่จะเป็นเพียงขนาดย่อมๆ ไม่ได้กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาแบบที่อื่น แต่มันกลับดูสวยและมีเสน่ห์อยู่ในตัวของมันเองแบบไม่ต้องไปแข่งกับใครที่ไหน เรายืนมองสายหมอกที่ไหลไปเรื่อยผ่านภูเขาลูกแล้วลูกเล่า และปล่อยให้สายลมพัดเอาไอหมอกเย็นๆ มาปะทะตัวไปพร้อมกับการชมพระอาทิตย์ขึ้น แสงแดดอ่อนอบอุ่นส่องผ่านไปยังบ้านเรือนด้านล่าง เป็นภาพงดงามมากซะจนเราอยากให้ทุกคนลองมาเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง เพราะบรรยายด้วยตัวอักษรยังไงก็คงบอกได้ไม่หมด








 
       เดินทางต่ออีกไม่ไกล เราก็มาถึงหมู่บ้านปะหล่องนอแล ซึ่งเป็นชุมชนของชาวปะหล่องเพื่อดูวิถีชีวิตประจำวันอันเรียบง่ายของชาวบ้าน ท่ามกลางสายหมอกที่ยังคงโอบล้อมไปทั่วบริเวณ
 




       เช้านี้มีพระมารับบิณฑบาตจากชาวบ้านที่อยากทำบุญกันด้วยล่ะ เป็นภาพที่เห็นแล้วอิ่มอกอิ่มใจสุดๆไปเลย 











 
       หลังจากเดินสำรวจหมู่บ้านจนเริ่มสาย เราก็ได้ฤกษ์กลับลงมายังสถานีฯอ่างขางกันต่อเพื่อมาชมสวนกุหลาบอังกฤษระหว่างรอเวลาเดินทางกลับกรุงเทพฯ ดอกกุหลาบส่วนใหญ่ของที่นี่มีขนาดใหญ่ สีสันสดใสทั้งขาว ชมพู แสด ม่วง และสีอื่นอีกมากมาย โดยมันจะบานพร้อมกันหมดเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูร้อนในช่วงเดือนมีนาคม - เมษายนของทุกปี














       ใกล้กับสวนกุหลาบอังกฤษ สถานที่สุดท้ายก่อนเดินทางกลับตัวเมืองเชียงใหม่ที่เราไปคือ โรงเรือนคัดแยกผักและดอกไม้ เพื่อดูการคัดแยกบรรดาผักและผลไม้ก่อนส่งเข้าห้องเย็น เพื่อลดอุณหภูมิให้ผักสดและอยู่ได้นานก่อนส่งขายจ้า 
 

 
 










       หลังจากเดินชมสถานีฯอ่างขางจนพอใจ แม้จะไม่ทั่วทุกซอกทุกมุมด้วยเวลาที่จำกัด ก็ถึงเวลาเดินทางกลับสู่ตัวเมืองเชียงใหม่เพื่อกลับกรุงเทพฯแล้ว แม้จะได้มาค้างที่นี่แค่เพียงคืนเดียว เรายังประทับใจขนาดนี้ ถ้ามีเวลาและโอกาสคราวหน้ารับรองว่าเราต้องกลับมาใหม่แน่นอน.....

 
ปฎิทินผลไม้ตามฤดูกาล

ปลายเดือนพ.ย. - มี.ค. : สตอเบอร์รี่ (Hot)
ปลายเดือนมี.ค. - เม.ย. : บ๊วย

ปลายเดือนเม.ย. - ต้นพ.ค. : ท้อ
ปลายเดือนพ.ค. - ต้นมิ.ย. : ลูกไหน

ต้นเดือนมิ.ย. - ก.ค. : สาลี่
ต้นเดือนก.ค. - ส.ค. : ราสเบอร์รี่
ต้นเดือนก.ย. - ต.ค. : พลับ
ต้นเดือนพ.ย. - ธ.ค. : กีวี

 
06

 

 
เขียนโดย
Admin Chillpainai
Admin Chillpainai