calendar_month 27 ก.พ. 2026 / stylus Fern Chillpainai / visibility 167 / ข่าวท่องเที่ยว
เตรียมตัวให้พร้อมก่อนบินไปญี่ปุ่น เพราะแม้สิทธิ์ฟรีวีซ่าจะยังอยู่ แต่ขั้นตอนอาจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ญี่ปุ่นเตรียมเปิดใช้ระบบอนุญาตเดินทางล่วงหน้าแบบดิจิทัลเต็มรูปแบบในชื่อ Japan Electronic System for Travel Authorization (JESTA) ภายในปีงบประมาณ 2028 ใครจะไปเที่ยว ไปทำธุรกิจระยะสั้น อาจต้องลงทะเบียนก่อนทุกครั้ง ถ้าไม่ได้รับอนุมัติ…ขึ้นเครื่องไม่ได้นะคะ
JESTA คืออะไร ทำไมญี่ปุ่นต้องใช้ระบบนี้?
ระบบ JESTA พัฒนาขึ้นโดยอ้างอิงแนวคิดจากระบบ ESTA ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งถูกนำมาใช้หลังเหตุการณ์ก่อการร้ายเมื่อปี 2001 เพื่อเสริมมาตรการความปลอดภัยด้านการเข้าเมือง ญี่ปุ่นจึงนำแนวคิดลักษณะเดียวกันมาปรับใช้ให้เหมาะกับบริบทของตนเอง
เป้าหมายหลักของมาตรการใหม่นี้ คือ
• เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการเข้าเมือง
• ป้องกันการลักลอบเข้าเมืองและการอยู่เกินกำหนด
• ลดความเสี่ยงด้านอาชญากรรมและความมั่นคง
• เร่งขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองให้รวดเร็วขึ้น
เหตุผลสำคัญมาจากการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวอย่างก้าวกระโดด ญี่ปุ่นตั้งเป้าหมายต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ได้ 60 ล้านคนภายในปี 2030 หลังจากผ่อนคลายมาตรการเดินทางช่วงโควิด-19 จำนวนผู้เดินทางเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้สนามบินนานาชาติหลายแห่งมีคิวตรวจคนเข้าเมืองยาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เดิมทีมีแผนจะเริ่มใช้ระบบนี้ในปี 2030 แต่ได้เลื่อนมาเร็วขึ้นเป็นปีงบประมาณ 2028 โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมของญี่ปุ่นประกาศว่า JESTA จะช่วยทั้ง “คุมเข้ม” และ “เร่งขั้นตอน” ไปพร้อมกัน ถือเป็นเครื่องมือใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อรับมือกับยุคท่องเที่ยวบูมเต็มตัว
วิธีทำงานของ JESTA + เรื่องค่าธรรมเนียมที่ต้องรู้
JESTA จะเป็นใบอนุญาตดิจิทัลที่ต้องขอก่อนเดินทาง ทุกขั้นตอนทำผ่านระบบออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ทางการหรือแอปพลิเคชัน (รายละเอียดจะประกาศภายหลัง)
ผู้เดินทางต้องกรอกข้อมูล เช่น
• จุดประสงค์การเดินทาง
• ที่พักในญี่ปุ่น
• หมายเลขหนังสือเดินทาง
ข้อมูลเหล่านี้คล้ายกับแบบฟอร์มที่เคยกรอกในบัตรขาเข้ากระดาษ หรือผ่านระบบ Visit Japan Web แต่ JESTA จะเป็น “ด่านแรก” ก่อนออกจากประเทศต้นทางเลยค่ะ
จุดสำคัญมาก
• ทุกคนต้องยื่นขอในชื่อของตนเอง รวมถึงผู้เยาว์
• ต้องได้รับการอนุมัติก่อนเดินทาง
• หากไม่มีเอกสารอนุมัติ สายการบินสามารถปฏิเสธการขึ้นเครื่องได้ทันที
ค่าธรรมเนียม : ปัจจุบัน ญี่ปุ่นยังไม่ได้ประกาศตัวเลขอย่างเป็นทางการ แต่จากการเปรียบเทียบกับประเทศที่ใช้ระบบลักษณะเดียวกัน เช่น
• สหรัฐอเมริกา (ESTA) อายุ 2 ปี
• แคนาดา (eTA) อายุ 5 ปี
• สหราชอาณาจักร (ETA) อายุ 2 ปี
• สหภาพยุโรป (ETA) เตรียมใช้ในปี 2026
คาดการณ์ว่า JESTA อาจมีอายุการใช้งานประมาณ 2–5 ปี (ขึ้นอยู่กับวันหมดอายุพาสปอร์ต) และมีค่าธรรมเนียมราว 1,500–3,000 เยน หรือประมาณหลักหลายร้อยบาทไทยต่อครั้ง
ใครบ้างที่ต้องมีใบอนุญาตเดินทาง
JESTA จะบังคับใช้กับพลเมืองจากประเทศที่มีข้อตกลงยกเว้นวีซ่ากับญี่ปุ่น ปัจจุบันมีทั้งหมด 72 ประเทศ ครอบคลุมหลายประเทศในยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง เอเชีย รวมถึง ประเทศไทย ด้วยค่ะ
กระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่น (MOFA) ได้ระบุรายชื่อประเทศไว้ 72 ประเทศ ได้แก่
สิ่งที่นักท่องเที่ยวไทยควรวางแผนล่วงหน้า
บทความแนะนำ: