bar_chart
0
favorite
0
shopping_cart
0
ยังไม่มีสินค้าในตะกร้า.

เที่ยวชุมพร ประตูสู่ภาคใต้ที่มีอะไรดีมากกว่าทางผ่าน

calendar_month 23 มี.ค. 2020 / stylus นางสาวฮานะ ชิลไปไหน / visibility 136,745 / รีวิวที่เที่ยว


“ฉันคิดถึงชุมพรอ่ะแก ฉันอยากกลับไปชุมพร”

ยอมรับเลยค่ะว่าอาการนี้เขาเรียกว่าคนเพ้อ ซึ่งเราจะเป็นทุกครั้งที่กลับจากการเดินทางที่ประทับใจ ซึ่งครั้งนี้มันเกิดขึ้นหลังจากกลับจากเมืองชุมพร เมืองที่เปรียบเป็นประตูสู่ภาคใต้ ที่หลายคนอาจจะมองว่าเป็นทางผ่าน

สำหรับเราก็เคยมองว่าชุมพรเป็นแค่ทางผ่าน เพราะเราไม่รู้ว่าชุมพรนั้นมีอะไร เขาเที่ยวที่ไหนกันในชุมพร เรารู้จักชุมพรก็แค่ตอนที่นั่งรถไฟหรือรถทัวร์ลงใต้ แล้วรถจะไปแวะพักที่ชุมพร เป็นสัญญาณว่าเราเข้าสู่เขตปลายด้ามขวานของไทยแล้ว

แต่สำหรับครั้งนี้เราตั้งใจเดินทางไปเมืองชุมพร เพื่อค้นหาความงามที่ซ่อนอยู่ในประตูสู่ภาคใต้แห่งนี้

c69e669aa64ea3db3a8bc8a0a0c0782312ced7d4.jpg

ก่อนจะไปทำความรู้จักปัจจุบันของชุมพร เราจะขอพาเพื่อนๆ ย้อนไปอดีตกันสักหิดหุ้ย (เล็กน้อย) ราวปีพุทธศักราช 1098 ได้ปรากฏชื่อเมือง "ชุมพร" ขึ้น ซึ่งแรกเริ่มเดิมทีนั้น "ชุมพร" เป็นหนึ่งในเมืองสิบสองนักษัตรของอาณาจักรนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นเมืองปีมะแม หรือปีแพะ และเป็นเมืองหน้าด่านฝ่ายเหนือ เพราะอยู่ตอนบนของภาคใต้

คำว่า "ชุมพร" มีการสันนิษฐานกันหลายตำราเลยค่ะ บ้างก็ว่ามาจากคำว่า "ชุมนมพล" เพราะเป็นเมืองหน้าด่าน เป็นจุดชุมนุมพลของเหล่าทัพต่างๆ ทั้งจากทางเหนือและทางใต้ บ้างก็ว่ามาจากคำว่า "ชุมนุมพร" เพราะด้วยความเป็นเมืองหน้าด่านอีกล่ะ เหล่าแม่ทัพนายกองต่างๆ ก่อนจะออกรบก็ต้องทำพิธีส่งทัพโดยการบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอให้ได้รับชัยชนะในการสู้รบ เป็นการชุมนุมกันเพื่อรับพร เลยกลายเป็นคำว่าชุมนุมพร ซึ่งสุดท้ายเพี้ยนกลายมาเป็นคำว่าชุมพร

แต่บางตำราบ้างก็ว่าน่าจะมาจากชื่อพันธุ์ไม้ท้องถิ่น นั่นคือต้นมะเดื่อชุมพร ที่มักขึ้นอยู่บริเวณนี้ และต้นมะเดื่อชุมพรนั้นก็ยังเป็นส่วนหนึ่งในสัญลักษณ์ของเมืองชุมพรอีกด้วย

ฟังประวัติกันพอหอมปากหอมคอ ถึงเวลาไปตะลุยชุมพรกันให้เต็มที่แล้วค่ะ ลองมาดูกันว่าที่เที่ยว ที่กิน ที่พักในชุมพรที่ต้องไปลองแล้วจะรู้ว่าเมืองรองแห่งนี้นั้นมีอะไรดีกว่าที่คุณคิด จะมีที่ไหนบ้าง



อำเภอเมืองชุมพร

ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์

เริ่มจากตัวอำเภอเมืองชุมพรกันก่อนที่นี่มีที่เที่ยวมากมาย ไฮไลท์ที่สุดก็ต้องยกให้ที่นี่เลย "ตำบลหาดทรายรี" อยู่ห่างจากใจกลางเมืองชุมพรมาประมาณ 30 นาที เราก็จะได้พบกับหาดทรายสีขาวที่ทอดตัวยาวประมาณ 500 เมตร ใครที่มาเที่ยวที่นี่สิ่งแรกที่ต้องมาทำก็คือการสักการะเสด็จเตี่ย หรือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ที่ "ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์" ตั้งอยู่บริเวณเวิ้งอ่าวสุดหาดทรายรี โดยเป็นศาลาสีขาวตั้งอยู่บนเนินเขา หันหน้าออกสู่ทะเล ก่อนถึงศาลเสด็จเตี่ยจะมีมณฑปของพระครูวิมลคุณากรหรือหลวงปู่ศุข แห่งวัดปากคลองมะขามเฒ่า พระอาจารย์ของกรมหลวงชุมพรให้เราได้สักการะบูชาอีกด้วย

90f9ed1d86224e24d424d5e9e62677aecc3820c5.jpg

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระราชโอรสพระองค์ที่ 31 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และทรงเป็นผู้วางรากฐานการบริหารงานของกองทัพเรือ จนได้รับขนานนาม "องค์บิดาของทหารเรือไทย" ในชีวิตบั้นปลายของท่านได้มาประทับอยู่ที่ตำบลหาดทรายรี จังหวัดชุมพร จวบจนสิ้นพระชนม์ ณ สถานที่แห่งนี้

ด้านในศาลประดิษฐานรูปปั้นสัมฤทธิ์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พร้อมเครื่องสักการะบูชาซึ่งเป็นดอกกุหลาบสีแดงที่พระองค์ทรงโปรด หลายคนที่มาขอพรท่านส่วนมากก็จะขอพรในเรื่องที่ดิน การสอบ การเข้ารับราชการค่ะ และถ้าใครมาขอลูก ว่ากันว่าจะได้ลูกชายที่ในอนาคตจะได้เป็นทหารเรืออีกด้วยนะคะ ซึ่งถ้าสำเร็จก็จะมาแก้บนด้วยการจุดประทัดถวายท่าน มาที่นี่เราก็จะได้ยินเสียงโป้ง ปั้ง ของประทัดอยู่ตลอดเวลา ส่วนประทัดแก้บนสามารถหาซื้อได้ที่บริเวณหน้าศาลได้เลย

e32ce5ac2730fa8ac91070fea61b3bd4a66ff5e4.jpg

จุดชมวิวหาดทรายรีที่ทอดตัวยาวบริเวณหน้าศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์

d0386a4d7ca75544ccae7030c6e7c0a1bf61c733.jpg

ด้านล่างเป็นที่ตั้งของพระตำหนักศาลกรมหลวงชุมพร สถานที่พระองค์สิ้นพระชนม์ ณ เรือนมฤตกะ เมื่อวันเสาร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2466 เวลา 11.40 น. ซึ่งด้านในประดิษฐานรูปปั้นเสด็จเตี่ยพร้อมดอกกุหลาบสีแดงและเครื่องสักการะ

2a83aff2f22584cb15944d7896761693a2db9836.jpg

ใกล้ๆ กับพระตำหนักมีเรือรบหลวงชุมพร ซึ่งเป็นเรือตอร์ปิโดของจริง ยาว 68 เมตร และกว้าง 6.55 เมตร ได้รับใช้ราชการมานาน 37 ปีและปลดระวางในวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ.2518 หลังปลดระวางแล้ว จังหวัดชุมพรได้ขอเรือไปประดิษฐาน ณ บริเวณศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ด้วยการฝังครึ่งลำลงบนคอนกรีต หันหน้าออกสู่ทะเล ทำให้เหมือนว่าเรือลำนี้กำลังแล่นสู่ทะเลอ่าวไทยเลยล่ะค่ะ

72325f69bfc4df31915d937bcf935cb5f2612c7f.jpg

ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์

ที่ตั้ง : ตำบลหาดทรายรี อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร
เวลาทำการ : ทุกวันตั้งแต่เวลา 8.00-20.00 น.
การเดินทาง : จากตัวเมืองชุมพรขับรถมาประมาณ 30 นาที เลยหาดภราดรภาพ และเขามัทรีก็จะพบกับศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ที่ตั้งอยู่ต้นหาดทรายรีเลยค่ะ
พิกัด GPS :
https://goo.gl/maps/Kpia7ugu2P6srxSA9


หาดทรายรี

bf6854a1e7bf9c3a90eaa5b7450f4434a039e76e.jpg

หลังจากไว้เสด็จเตี่ยกันแล้วก็ถึงเวลามาพักผ่อนเล่นน้ำ เดินเล่นริมชายหาดทรายรีกันค่ะ โดยตัวหาดทอดยาวไปประมาณ 500 เมตร ชายหาดที่นี่สะอาดและสงบมากๆ ตลอดแนวชายฝั่งจะมีทิวสนขึ้นให้ร่มเงา ใครอยากเล่นน้ำก็เปลี่ยนเสื้อผ้าลงเล่นน้ำได้เลย น้ำทะเลชุมพรสะอาดมากๆ ค่ะ

698aa86fc4bd676be78bde9dd52432c3aaf345cf.jpg

หาดทรายรีนั้นเที่ยวได้ทั้งปีค่ะ แต่จะมีช่วงหน้ามรสุม หรือลมว่าวคือเดือนตุลาคม - เดือนธันวาคม ซึ่งจะมีลมแรงเรือต่างๆ จะงดออกจากฝั่ง ใครที่มีแพลนไปดำน้ำตามเกาะต่างๆ ก็อาจะต้องงดช่วงนี้ค่ะ

fbbbee952863949eef782b9f1cfbfbee200a4992.jpg

บริเวณหาดทรายรียังมีที่พักและร้านอร่อยมากมาย ใครจะมาที่นี่สามารถมาเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับจากตัวเมืองชุมพรได้ หรือจะมาพักค้างคืนที่นี่สักคืนสองคืน แล้ววันรุ่งขึ้นอาจจะไปดำน้ำที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ทั้ง เกาะมัตตรา เกาะหลักแรด เกาะละวะ เกาะลังกาจิว เกาะง่ามน้อย เกาะง่ามใหญ่ เกาะกะโหลก และเกาะทะลุ ได้เลยค่ะ โดยสามารถซื้อทัวร์ไปเที่ยวได้เลย มีให้บริการแบ่งเป็นวันคู่สี่เกาะ และวันคี่สี่เกาะ

หาดทรายรี

ที่ตั้ง : ตำบลหาดทรายรี อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร
การเดินทาง : จากตัวเมืองชุมพรขับรถมาประมาณ 30 นาที
พิกัด GPS :
https://goo.gl/maps/XiRmwvQEDpRWYLb89


ที่พักและร้านอาหารแนะนำบริเวณหาดทรายรี

ที่พักแนะนำ เดอ ซี อัลมอนด์(De Sea Almond) บูทีคโฮเทลสุดน่ารักริมหาดทรายรี ชุมพร ห้องพักราคาเริ่มต้น 990 – 2,880 บาท เท่านั้นค่ะ ติดต่อสอบถามได้ที่  081-5976042, 087-7095544

5159d4c02a81833339240065411aaaade19787e1.jpg

ส่วนร้านอร่อยแถวหาดทรายรีแนะนำร้านนี้เลย ผัดไทยถาดบ้านหมอแต๋ว ผัดไทยเครื่องทะเลแน่นๆ จุกๆ เสิร์ฟมาในถาด พร้อมกันนั้นยังมีเมนูทั้งอาหารทะเล อาหารใต้ และเครื่องดื่มให้เลือกมากมายเลยล่ะค่ะ ร้านเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.00-17.00 น. ติดต่อสอบถามได้ที่ 091-4595665, 0946519551

ผัดไทยถาดบ้านหมอแต๋ว


จุดชมวิวเขามัทรี

จากตำบลหาดทรายรี ขับรถมาเที่ยวต่อที่ตำบลปากน้ำ กับจุดชมวิวเขามัทรี ซึ่งต้องขับรถขึ้นเขาไปประมาณ 800 เมตรค่ะ ทางขึ้นชันมากๆ ใช้ความระมัดระวังกันด้วยนะคะ ด้านบนเขามีที่จอดรถสะดวกสบาย

จุดชมวิวเขามัทรี

จากจุดชมวิวเขามัทรี เราสามารถชมวิวสวยๆ ได้แบบ 360 องศากันเลย ทั้งภาพวิวทิวทัศน์ของชุมชนปากน้ำชุมพรซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวประมงที่เรียงรายอยู่ริมฝั่งคลองท่าตะเภาเชื่อมกับทะเลอ่าวไทย หาดภราดรภาพที่อยู่ใกล้กับปากน้ำชุมพร อีกฝั่งหนึ่งเราก็จะพบวิวสวยๆ ของหาดทรายรี ไปจนถึงเกาะต่างๆ ในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร เช่น เกาะมัตตรา และเกาะหลักแรด

บนจุดชมวิวมีมุมให้ถ่ายรูปมากมายเลยค่ะ ทั้งมุมชิงช้า หลักกิโล ตู้ไปรษณีย์ถ่ายกันจนเมมเต็มกันไปเลย สำหรับช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการขึ้นมาชมวิวที่เขามัทรีคือช่วงเวลาเช้าตรู่ เพราะที่นี่เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยสุดๆ ของชุมพร ส่วนในช่วงเย็นพระอาทิตย์จะลาลับขอบฟ้าไปทางทิศตะวันตกหลังชุมชนปากน้ำชุมพร เป็นช่วงเวลาที่เราจะได้ดื่มด่ำกับภาพควาวมสวยงามไม่แพ้กันเลยค่ะ

จุดชมวิวเขามัทรี

บนจุดชมวิวเขามัทรียังมีศาลเจ้าแม่กวนอิม (พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรปางมหาราชลีลา) ประทับท่านั่งหันไปทางทะเลให้เราได้สักการะกันอีกด้วย

จุดชมวิวเขามัทรี

จุดชมวิวเขามัทรี

ที่ตั้ง : ต.ปากน้ำ ต.ปากน้ำ อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร
การเดินทาง : จากตัวเมืองชุมพรใช้เวลาประมาณ 20 นาที

พิกัด GPS : https://goo.gl/maps/XnDfErXDgcSUT8nV6


ร้านอาหารแนะนำบริเวณจุดชมวิวเขามัทรี

บนจุดชมวิวเขามัทรีมีร้านกาแฟราคาหลักสิบวิวหลักล้านชื่อร้านกาแฟสดถ้ำสิงห์ ให้บริการเครื่องดื่มร้อน - เย็น และเบเกอรี่ ไฮไลท์ของร้านนี้คือกาแฟโรบัสต้า ที่รสเข้ม หอม ไม่เปรี้ยว เหมาะกับการสั่งมาจิบเคล้าไปกับวิวสวยๆ ตรงหน้า ร้านเปิดให้บริการทุกวันค่ะ ตั้งแต่เวลา 7.00-19.00 น. สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 082-4802131

ร้านกาแฟสดถ้ำสิงห์


สะพานไม้เคี่ยม 

เขยิบเข้ามาใกล้ตัวเมืองกับ สะพานไม้เคี่ยม สถานที่ท่องเที่ยววิวอลังการที่อยู่ใกล้ตัวเมืองชุมพรมากๆ ค่ะ เพียง 7 กิโลเมตรจากตัวเมืองใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาทีเท่านั้น คุณก็จะได้พบกับสะพานไม้ที่ทอดยาวไปในแก้มลิงขนาดใหญ่เชื่อมต่อกับเกาะกลางน้ำเล็กๆ ที่มีน้องไก่รออาหารอยู่ โอบล้อมไปด้วยภูเขา ต้นไม้ ป่าพรุ บรรยากาศเงียบสงบมีเพียงเสียงนกร้อง เสียงไก่ขันที่สอดประสานไปกับสรรพเสียงของธรรมชาติรอบตัว

สะพานไม้เคี่ยม

สะพานไม้เคี่ยม ตั้งอยู่ภายในโครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นโครงการแก้มลิงธรรมชาติแห่งแรกในประเทศไทย  ที่พระองค์ทรงออกแบบ ควบคุมการสร้างด้วยพระองค์เอง และที่สำคัญงบประมาณของโครงการนี้มาจากพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมในจังหวัดชุมพรเมื่อปี พ.ศ. 2540 และสามารถเก็บกักน้ำไว้ใช้ประโยชน์ได้จนมาถึงปัจจุบัน โดยมีพื้นที่โคงการ 1,900 ไร่ จุน้ำได้ถึง 3 ล้านลูกบาศก์เมตร

สะพานไม้เคี่ยม

สำหรับตัวสะพานไม้เคี่ยม สร้างจากไม้เคี่ยม  ซึ่งเป็นไม้ที่ขึ้นมาในป่าดงดิบของภาคใต้ตั้งแต่ชุมพรลงไป โดยมีคุณสมบัติแข็งแรง ทนทานทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม ความยาวของสะพานประมาณ 290 เมตรมีลักษณะคดโค้งเป็นรูปตัวเอส มีช่วงตรงกลางที่ทำเสาให้สูงเพื่อให้เรือลอดได้ การสร้างสะพานไม้เคี่ยมนั้นเต็มไปด้วยภูมิปัญญาชาวบ้านมากมายเลยค่ะ ตั้งแต่การเลือกใช้ไม้เคี่ยมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 4-6 นิ้ว ทำเป็นเสาแล้วปักลงไปในน้ำ ไม่ได้ใช้เครื่องจักรใดๆ เลยใช้แรงงานคนแค่ 7 คน ใช้เวลาสร้างเพียง 45 วันเท่านั้น ต่อมาสะพานแห่งนี้ก็ทรุดโทรมไปตามกาลเวลา จนในปี พ.ศ. 2560 ทางจังหวัดชุมพรได้ทำการรื้อและก่อสร้างสะพานไม้เคี่ยมขึ้นมาใหม่ด้วยการร่วมแรงร่วมใจจากชาวชุมพร ที่ทำให้การสร้างสะพานเสร็จภายในวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 สะพานแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนสัญลักษณ์แสดงถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของชาวชุมพร

การมาเที่ยวที่นี่แนะนำมาตอนเย็นๆ นะคะ บรรยากาศดีมากๆ โดยบริเวณทางเข้าจะมีอาหารไก่ อาหารปลา ที่จะวางเอาไว้แล้วให้เราหยอดตังค์เอง ราคาถุงละ 10 บาทเท่านั้น  ให้เราได้ซื้อไปให้เหล่าบรรดาน้องปลาในบึงทั้งปลาตะเพียน ปลายี่สกที่มีเยอะมากๆ พอเดินไปจนถึงสุดปลายสะพาน ที่เชื่อมกับเกาะเล็กๆ ก็จะมีน้องไก่ตัวอ้วนพีเดินมาต้อนรับเรากันเลยล่ะค่ะ น้องน่ารักมากๆ อยู่อาศัยบนเกาะแห่งนี้เกือบร้อยตัวกันเลย โดยอาหารจะเป็นข้าวเปลือกค่ะ ตอนที่ให้ก็จะมีการตบตีแย่งกันเล็กน้อย แต่เขาไม่ได้มาทำร้ายเรานะคะ ตอนขากลับยังมีเดินมาส่งอีกด้วย

สะพานไม้เคี่ยม

นอกจากจะได้ภาพสวยๆ กลับไปแล้วเรายังได้ความรู้กลับไปด้วยนะคะ เพราะที่นี่มีศูนย์การเรียนรู้ศาสตร์พระราชาตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ให้ความรู้เรื่องการทำปุ๋ยอินทรีย์ การเลี้ยงไส้เดือน การเผาถ่านไร้ควัน การเรียนรู้ให้คนอยู่กับป่าเป็นต้น โดยจะมีปราชญ์ชาวบ้านมาสอนให้เรา ไม่มีค่าใช้จ่ายนะคะ มีเพียงค่าอุปรณ์เท่านั้น


สะพานไม้เคี่ยม

ที่ตั้ง : โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ ตามพระราชดำริ ตําบลบางลึก อําเภอเมือง จังหวัดชุมพร
เปิดทำการ : ทุกวันตั้งแต่เวลา 6.00-18.00 น.
เบอร์ติดต่อ : 083-6232359
การเดินทาง : จากตัวเมืองชุมพรใช้ถนนหมายเลข 1007 มายังตำบลบางลึกโดยใช้ระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตรเท่านั้น
พิกัด GPS : https://goo.gl/maps/MJyzdVStwaZ5AvKV9



สะพานชมกวาง

ใกล้ๆ กับสะพานไม้เคี่ยมเป็นที่ตั้งของสะพานชมกวาง สะพานน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดให้เที่ยวเมื่อปี พ.ศ. 2562 มีความยาว 45 เมตร โดยโครงสร้างทำจากปูน ส่วนพื้นสะพานทำจากไม้เคี่ยม ตอนเดินมีแอบแกว่งเล็กน้อย จากนั้นจะมีทางเดินต่อไปอีกประมาณ 120 เมตรค่ะไปศาลากลางน้ำซึ่งทำไว้เป็นสถานที่สำหรับให้อาหารกวาง โดยจะมีน้องกวางนับร้อยตัวออกมาโชว์ตัวให้เราชมในช่วงเย็นประมาณ 5 โมงเย็น

สะพานชมกวาง

หลายคนอาจจะงงว่ากวางที่นี่มาจากไหน กวางที่นี่เป็นกวางพันธุ์รูซ่าค่ะ น้องมาอยู่ที่นี่กันตั้งแต่ปี 2553 โดยเกิดจากการที่ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรเล็งเห็นว่าพื้นที่นี้เหมาะกับการอยู่อาศัยของน้องกวาง เลยประสานกับทางกรมปศุสัตว์เพื่อขอกวางมาเลี้ยงโดยเป็นกวางอายุ 3 ปีจำนวน 10 ตัว ตัวผู้ 6 ตัว และตัวเมีย 4 ตัวซึ่งปัจจุบันน้องๆ เหล่านี้ก็ออกลูกออกหลานมานับร้อยตัวเลยค่ะ

สะพานชมกวาง

สะพานชมกวาง

วันที่เราไปไม่มีน้องกวางมาโชว์ตัว เราเลยใช้บริการล่องแพแลกวางซึ่งเป็นแพของวิสหกิจชุมชนบ้านหนองใหญ่ที่พาเราล่องไปตามคลองหนองใหญ่ใช้เวลาล่องประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง - 3 ชั่วโมง ระยะทางไปกลับประมาณ 4-5 กิโลเมตร โดยจะผ่านโซนอเมซอนซึ่งเป็นป่าของชุมชนให้เราได้สัมผัสความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ โดยจุดขึ้นและลงแพต้องไปขึ้นที่ศูนย์ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สัตว์และป่าบ้านหนองใหญ่หมู่ 12 ค่ะ

สะพานชมกวาง

ระหว่างที่ล่องแพก็ลุ้นว่าจะเจอน้องใหม่ แต่ล่องมาไม่นานเราก็เจอฝูงน้องกวางที่มารออาหาร บอกเลยว่าตื่นเต้นมากๆ ไม่เคยคิดว่าจะเจอฝูงกวางแบบนี้ในชุมพร เพราะบรรยากาศตอนนี้เหมือนกำลังอยู่ในป่าอเมซอนที่เราเคยดูในสารคดีสัตว์โลกเลยล่ะค่ะ น้องกวางพันธุ์รูซ่าที่มีทั้งตัวเล็ก ตัวโตเขาสวยงาม มารอกินกล้วยจากมือพวกเรา น้องน่ารักและเชื่องคนมากๆ ค่ะ แต่มีข้อห้ามสำหรับการให้อาหารคือห้ามเดินออกนอกตัวแพโดยเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยของเรา

สะพานชมกวาง

สะพานชมกวาง

ใครเป็นสายถ่ายรูปไม่อยากให้พลาดกิจกรรมนี้กันนะคะ หลายคนรู้จักชุมพรจากแพพะโต๊ะ แต่สำหรับที่หนองใหญ่แห่งนี้ก็มีที่เที่ยวสุดอันซีนให้เราได้มาสัมผัสอีกด้วย แถมยังเดินทางง่ายใกล้ตัวเมืองชุมพรอีกต่างหาก

สะพานชมกวาง

กิจกรรมล่องแพแลกวาง
ราคา : ค่าแพ 1-20 คนราคา 1500 บาท ถ้าเกินคิดเพิ่มคนละ 100 บาท (แพสามารถรองรับได้ไม่เกิน 70 คน)

ติดต่อผู้ใหญ่น้อย : 0993564582
พิกัด GPS : https://goo.gl/maps/auD3pkaotNNPqTBJ6


ที่พักแนะนำใกล้สะพานไม้เคี่ยมและสะพานชมกวาง

ใครที่อยากมาเที่ยวสะพานไม้เคี่ยมและสะพานชมกวางแนะนำที่พักในตัวเมืองชุมพรเลยค่ะ มีที่พักให้เลือกมากมาย ใครอยากได้ที่พักแบบใจกลางเมืองหาของกินง่ายดีไซน์เก๋เราแนะนำ Retro Box Hotel ที่พักน่ารักสไตล์ตู้คอนเทนเนอร์สุดเท่ กลางเมืองชุมพร พร้อมสระว่ายน้ำ ในราคาเริ่มต้น 690-1,800 บาทเท่านั้น ติดต่อสอบถามได้ที่ 077-510-333,061-735-7333

Retro Box Hotel

ส่วนใครที่อยากได้ฟีลบ้านสวน สัมผัสความเป็นคนชุมพรแท้ๆ ต้องมาพักที่นี่เลย Thirty Tree Garden House บ้านพักเลขที่ 33 ท่ามกลางส่วนผลไม้ของเมืองชุมพร บ้านหลังสีขาวสไตล์โคโรเนียลบรรยากาศสุดอบอุ่น ราคา 680-900 บาทค่ะ  ติดต่อสอบถามได้ที่ 0622294289

Thirty Tree Garden House


อำเภอสวี

วัดพระบรมธาตุสวี

จากอำเภอเมืองชุมพรเราจะพาเพื่อนๆ เดินทางต่อไปยังอำเภอสวีซึ่งห่างจากตัวเมืองประมาณ 38 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 35 นาที ซึ่งที่อำเภอสวีแห่งนี้มีที่เที่ยวชื่อดังอย่าง วัดพระบรมธาตุสวี เปรียบเหมือนศูนย์รวมใจชาวชุมพร ที่ใครมาเที่ยวชุมพรต้องหาโอกาสมาสักการะให้ได้สักครั้ง

วัดพระบรมธาตุสวี

พระบรมธาตุสวีนั้นมีตำนานเล่าสืบต่อกันมาว่า เมื่อพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช ปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักรตามพรลิงก์ (อาณาจักรนครศรีธรรมราช) ได้ยกทัพมาพักที่วัดร้างแห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดพระบรมธาตุสวีในปัจจุบัน พระองค์ได้พบกาเผือกและกาฝูงหนึ่งเกาะอยู่บนกองอิฐ และได้กระพือปีกส่งเสียงร้อง พระองค์เลยให้ทหารรื้อกองอิฐเหล่านั้นออก จึงได้พบกับฐานเจดีย์ใหญ่และเมื่อขุดต่อไปก็พบผอบบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ จึงสั่งให้แม่ทัพนายกองและไพร่พลทั้งหลายช่วยกันสร้างพระเจดีย์ขึ้นมาใหม่ในที่เดิม เมื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุแล้วจึงทรงให้จัดงานสมโภชพระเจดีย์ถึง 7 วัน 7 คืน และพระราชทานชื่อพระเจดีย์องค์นี้ว่า "พระบรมธาตุกาวีปีก" ที่มีความหมายว่ากระพือปีก เรียกสั้นๆ ว่าพระบรมธาตุกาวี และต่อมาได้เปลี่ยนเป็น "พระบรมธาตุสวี" ตามชื่ออำเภอ

ก่อนที่พระองค์จะเสด็จกลับทรงห่วงใยกลัวไม่มีผู้ใดมาดูแลรักษาองค์พระบรมธาตุ พระองค์จึงเรียกทหารที่กำลังหลับสนิทอยู่ชื่อนายเมือง และถามว่าต้องการจะอยู่ดูแลรักษาพระบรมธาตุไหม นายเมืองจึงรับอาสาดูแล พระเจ้าศรีธรรมาโศกราชจึงให้ทหารตัดศีรษะนายเมืองเซ่นสรวงบูชาไว้ในศาลเพียงตา เพื่อให้เป็นผู้เฝ้าดูแลรักษาพระบรมธาตุ ศาลนี้ชื่อว่าศาลพระเสื้อเมืองมาจนถึงปัจจุบันโดยตัวศาลจะอยู่บริเวณหน้าทางเข้าพระธาตุเลยค่ะและเป็นที่เคารพสักการะบูชาโดยเฉพาะชาวจีนที่จะเดินทางมาสักการะไม่ขาดสาย

วัดพระบรมธาตุสวี

นี่เป็นเพียงตำนานที่เล่าสืบต่อกันมาซึ่งในความเป็นจริงสันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา แต่ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างที่ชัดเจน องค์พระบรมธาตุมีการบูรณะซ่อมแซมหลายครั้ง ซึ่งในต้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 องค์พระบรมธาตุสวีได้หักและพังลงมา จึงมีการปล่อยทิ้งเอาไว้ ต่อมาในปี พ.ศ.2459  หลวงพ่อทอง พุทธสุวรรณโณ อดีตเจ้าอาวาสวัดดอนสะท้อน และพระครูดำ จันทรัตโน อดีตเจ้าคณะอำเภอสวีได้บูรณะซ่อมแซมกำแพงรอบเจดีย์ และในปี พ.ศ.2539 กรมศิลปากรได้บูรณะพระบรมธาตุสวีครั้งยิ่งใหญ่ โดยยังคงรูปเดิมเอาไว้  จวบจนในวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ.2544 กรมศิลปากร ได้ประกาศขึ้นทะเบียนพระบรมธาตุสวี เป็นโบราณสถานของชาติตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ซึ่งพระบรมธาตุองค์ปัจจุบันได้บูรณะซ่อมแซมล่าสุดในปี พ.ศ.2559

วัดพระบรมธาตุสวี

ลักษณะทางสถาปัตยกรรมของพระบรมธาตุสวีเป็นเจดีย์ทรงระฆังเลียนแบบพระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช  เหนือขึ้นไปเป็นบัลลังก์ ปล้องไฉน ปลียอด และเม็ดน้ำค้าง องค์พระเจดีย์ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมสองชั้น ฐานชั้นบนมีซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปปางสมาธิ ด้านละ 5 ซุ้ม ฐานด้านล่างประดับด้วยซุ้มรูปช้างโผล่ศีรษะและขาหน้า ด้านละ 3 ซุ้มสลับกับรูปยักษ์ถือกระบอง ที่มุมทั้งสี่ของฐานเจดีย์ มีเจดีย์จำลองประดับไว้ มีรูปแบบเลียนจากองค์พระเจดีย์หลัก พร้อมกันนั้นมีระเบียงคตที่มีศาลาคลุม ประดิษฐานพระพุทธรูปไว้โดยรอบ

ใกล้ๆ องค์พระบรมธาตุสวีเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์พระบรมธาตุสวีที่ให้ความรู้เรื่องตำนาน ประวัติของพระบรมธาตุ ยุคก่อนประวัติศาสตร์และยุคประวัติศาสตร์ของชุมพรและสวี ที่สำคัญภายในยังเก็บรักษา ยอดพระบรมธาตุและเม็ดน้ำค้างชิ้นเดิม ในคราวบูรณะพระบรมธาตุครั้งใหญ่ให้เราได้ชมอีกด้วย

วัดพระบรมธาตุสวี

วัดพระบรมธาตุสวี

วัดพระบรมธาตุสวี

ที่ตั้ง : 190/1 หมู่ที่ 7 ตำบลสวี อำเภอสวี ชุมพร
เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 8.00- 16.30 น.
เบอร์ติดต่อ : 0810876539
การเดินทาง : จากตัวเมืองชุมพรใช้ทางหลวงสาย 41 มุ่งหน้าไปยังอำเภอสวี โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 35 นาที
พิกัด GPS : https://goo.gl/maps/c56Yjge7FWbJp3R87



อำเภอปะทิว

หาดทุ่งวัวแล่น

จากสวี ขั้บรถขึ้นเหนือไปยังอำเภอปะทิว ที่มีที่เที่ยวไฮไลท์อย่างหาดทุ่งวัวแล่น ที่เราขอยกให้เป็นหนึ่งในชายหาดที่สวยงาม สงบที่สุดที่เราเคยไปมาเลยค่ะ หาดทุ่งวัวแล่นตั้งอยู่ในตำบลสะพลี เป็นหาดสีขาวที่ทอดยาวไปประมาณ 2-3 กิโลเมตร ยาวต่อเนื่องไปจนถึงหาดสะพลี ตัวหาดจะค่อยๆ ลาดเอียงลงไปจึงเหมาะกับการเล่นน้ำ ริมหาดเต็มไปด้วยทิวสนและต้นมะพร้าวเรียงรายให้ร่มเงา ซึ่งที่นี่ยังเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่งดงามอีกแห่งหนึ่งในชุมพรกันเลยค่ะ

หาดทุ่งวัวแล่น

มีตำนานเล่าขานเรื่องชายหาดทุ่งวัวแล่นว่า สมัยก่อนที่หาดทุ่งวัวแล่นนั้นเป็นป่ารกชัฏ มีนายพรานมาล่าสัตว์ทำยังไงก็ไม่สามารถล้มวัวจ่าฝูงได้สักที อยู่มาวันหนึ่งนายพรานโชคดีล้มวัวจ่าฝูงได้ เลยดีใจให้ลูกหาบนำไปชำแหละทำเป็นอาหาร ระหว่างที่จะชำแหละนั้น ลูกหาบก็เลยพูดกับซากวัวว่า แหมทีนี้ไม่ลุกขึ้นมา "แล่น" ล่ะ แล่นภาษาใต้แปลว่าวิ่งค่ะ หลังจากพูดจบวัวจ่าฝูงตัวนั้นก็ลุกขึ้นแล้ววิ่งเข้าป่าไป กลายเป็นตำนานชายหาดทุ่งวัวแล่น

จุดเช็คอินเมื่อมาหาดทุ่งวัวแล่นก็ต้องที่นี่เลยค่ะ รูปปั้นวัวร่างกำยำ กำลังยกขาหน้าขึ้นหนึ่งขา เหมือนกำลังเตรียมตัววิ่ง

หาดทุ่งวัวแล่น

บริเวณรอบๆ หาดยังเต็มไปด้วยร้านอาหารและที่พักมากมายให้บริการ เป็นอีกหนึ่งสถานที่เที่ยวที่ห้ามพลาดเด็ดขาดเมื่อมาเที่ยวชุมพร

หาดทุ่งวัวแล่น

หาดทุ่งวัวแล่น

ที่ตั้ง : ตำบลสะพลี อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร
การเดินทาง : จากตัวเมืองชุมพรใช้ถนนหมายเลข 3180 มุ่งหน้าไปยังอำเภอปะทิว โดยอยู่ห่างจากตัวเมืองไป
พิกัด GPS : 
https://goo.gl/maps/LPhR844LrsXF4iBe8


ที่พักแนะนำใกล้หาดทุ่งวัวแล่น

ใครที่กำลังหาที่พักใกล้หาดทุ่งวัวแล่นเราขอแนะนำนานาบีช รีสอร์ท ค่ะที่พักริมหาดทุ่งวัวแล่น ที่อยู่ตรงโค้งหาดพอดี พร้อมกันนั้นยังมีร้านอาหารริมทะเล ให้บริการอาหารอร่อย และเครื่องดื่มเย็นชื่นใจอีกด้วย ราคาห้องพักเริ่มต้นที่  1,300 – 4,500 บาท ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ 077-622999, 077-622998

นานาบีช รีสอร์ท


ดำน้ำตามหาฉลามวาฬเกาะร้านเป็ด - ร้านไก่

ปิดท้ายการเที่ยวชุมพรครั้งนี้ด้วยการไปดำน้ำตามหาฉลามวาฬที่เกาะร้านเป็ด เกาะร้านไก่ หนึ่งในจุดดำน้ำตื้นที่ขึ้นชื่อในอำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ซึ่งเราสามารถซื้อทัวร์ไปเที่ยวแบบวันเดย์ ไปดำน้ำพร้อมกับไปกินปูห้อยขาอีกหนึ่งกิจกรรมที่มาแรงของการเที่ยวดำน้ำในปะทิวกันเลยค่ะ

จุดขึ้นเรือไปทัวร์ดำน้ำของเราครั้งนี้จะขึ้นที่บริเวณบ้านเกาะเตียบ ในอำเภอปะทิว โดยทางไกด์บอกกับเราว่า วันนี้น้ำใส คลื่นลมสงบเหมาะกับการดำน้ำ แต่จะเจอฉลามวาฬไหมขึ้นอยู่กับดวงจริงๆ ค่ะ ใครที่อยากเจอยักษ์ใหญ่นิสัยน่ารักแห่งท้องทะเลต้องใช้ดวงอย่างสูง

เรือที่เรานั่งเป็นเรือไม้หางยาว พาเราออกจากฝั่งมาประมาณ 30 นาทีก็ถึงจุดดำน้ำจุดแรกนั่นก็คือเกาะร้านไก่ เกาะเล็กๆ ในทะเลชุมพรที่ไม่มีชายหาด เราไม่รอช้ารีบสวมชูชีพ ใส่สน็อกเกิลลงไปแหวกว่ายหาฉลามวาฬ

เกาะร้านเป็ด - ร้านไก่

โชคดีในความโชคร้าย เราไม่พบฉลามวาฬเลยค่ะ แต่สิ่งที่โชคดีก็คือความงดงามใต้ท้องทะเลที่สวยงามตระการตามากๆ เลยค่ะ ด้านล่างเต็มไปด้วยดงดอกไม้ทะเลที่เราบอกเลยว่าไม่ได้มาเป็นหย่อมๆ เล็กๆ แต่มาเป็นทุ่งที่ดำไปทางไหนก็เจอความงดงามที่พลิ้วไหวไปตามสายน้ำพร้อมสีสันสวยงาม ราวกับเรากำลังวิ่งเล่นในทุ่งดอกไม้ของท้องทะเลกันเลย

เกาะร้านเป็ด - ร้านไก่

จากนั้นนั่งเรือไปต่อที่เกาะร้านเป็ดค่ะ อยู่ใกล้ๆ กับเกาะร้านไก่ ซึ่งเป็นเกาะที่ไม่มีชายหาดเหมือนกันเราลองมาลุ้นกันว่าจะได้เจอพี่ฉลามวาฬใจดีไหม

เกาะร้านเป็ด - ร้านไก่

จุดดำน้ำของเกาะร้านเป็ดจะดำง่ายกว่าเกาะร้านไก่ค่ะ เพราะคลื่นไม่ค่อยแรง ซึ่งความงาม ความอลังการของเกาะร้านเป็ดก็ไม่แพ้เกาะร้านไก่กันเลย ได้เจอปลาผีเสื้อตัวใหญ่มากๆ ว่ายอยู่ด้านล่าง เราดำรอฉลามวาฬกันสักพักก็ต้องถอดใจ เพราะพี่ใหญ่ไม่ออกมาปรากฎกายให้เราเห็นเลย ถึงแม้จะผิดหวังกับการรอคอยฉลามวาฬ แต่ความสวยงามของทะเลชุมพรก็เป็นเหมือนการเปิดประสบการณ์การดำน้ำของเรา และรู้เลยว่าโลกใต้ทะเลชุมพรนั้นสวยงามแค่ไหน

เกาะร้านเป็ด - ร้านไก่

เกาะร้านเป็ด - ร้านไก่


กินปูห้อยขาที่เกาะยอ

ดำน้ำกันจนเหนื่อยทางทัวร์ก็พาเรามาแวะทานปูห้อยขาที่ธนาคารปูบ้านเกาะเตียบ ซึ่งตั้งอยู่ที่เกาะยอ โดยทำเป็นขนำกลางน้ำมีกระชังเลี้ยงปลา และมีสะพานไม้ที่เชื่อมต่อธนาคารปูกับเกาะยอที่เราสามารถเดินขึ้นไปถ่ายรูปได้ด้วย พร้อมไฮไลท์คือที่นั่งทานข้าวแบบห้อยขาให้เราได้ชมน้ำทะเลสีเขียวมรกตที่มีเหล่าฝูงปลาแหวกว่ายอยู่ใต้เท้าของเรา

กินปูห้อยขาที่เกาะยอ

ที่นี่จะมีห้องน้ำให้เราล้างตัว อาบน้ำจืดหลังจากการดำน้ำกันด้วยค่ะ ระหว่างนั้นพี่ๆ เจ้าหน้าที่ทัวร์ก็จะไปจัดโต๊ะอาหาร  บนโต๊ะมีทั้งปูดำ ปลากระพงทอดน้ำปลา กุ้ง ข้าวผัด และผลไม้ พร้อมเครื่องดื่มน้ำเปล่าน้ำอัดลม ทานอาหารไปชมน้องปลาแหวกว่ายไปด้วยโอ๊ยยยชิลมากๆ

กินปูห้อยขาที่เกาะยอ

กินปูห้อยขาที่เกาะยอ

กินปูห้อยขาที่เกาะยอ

"ชุมพร" แม้จะรู้จักเธอช้าไป แต่ไม่ได้แปลว่าเราจะรักน้อยกว่าใคร การเดินทางครั้งนี้ทำให้เรารู้ว่าทะเลชุมพร สวยงาม สงบ แค่ไหน ใต้ท้องทะเลชุมพรนั้นงดงามเพียงใด ความน่ารัก ความอบอุ่น ของชาวชุมพรที่มอบให้กับเราตลอดการเดินทางครั้งนี้ก็เป็นสิ่งที่เราบอกกับตัวเองว่า ต่อไปนี้ชุมพรไม่ใช่เพียงประตูสู่ภาคใต้ แต่ที่นี่คือจุดหมายที่เราจะต้องกลับมาเยือนอีกครั้งให้ได้แม้เวลาจะผ่านไปนานเท่าไร



เขียนโดย
นางสาวฮานะ ชิลไปไหน
นางสาวฮานะ ชิลไปไหน